อัด ตัดต่อ บีบย่อ แล้วอัพโหลด  4 ขั้นตอนของการทำสื่อการสอนวิดีโอออนไลน์ที่ผมได้ทำอยู่บ้างเนือง ๆ  ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึงขั้นตอนการทำเหล่านี้จนเสร็จออกมาเป็นวิดีโอหนึ่งเรื่องตามแบบของผมกัน

ว่ากันด้วยเรื่องโปรแกรมก่อน

มีโปรแกรมอยู่หลากหลายที่สามารถบันทึกหน้าจอได้ แต่หลังจากได้ลองมาหลาย ๆ ยี่ห้อตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา ทำให้รู้ว่าของฟรีหาดีแทบไม่ได้ เพราะคุณภาพงานที่ได้จากฟรีแวร์นั้นค่อนข้างแย่ ผมจึงขอแนะนำโปรแกรมที่ผมคิดว่าดีที่สุดแล้ว จะได้ไม่ต้องไปนั่งหากัน

โปรแกรมตัวนี้ ถือว่าทำได้ดีที่สุดเท่าที่เคยรู้จักมา มีฟังก์ชันต่าง ๆ มากพอที่จะทำให้เราเสร็จทุกขั้นตอนในตัวเดียว ไฟล์วิดีโอที่ได้ก็มีคุณภาพชัดแจ๋ว และแน่นอนว่าในครั้งนี้ ผมจะใช้โปรแกรมตัวนี้ในการอธิบายครับ

Contents

====================

Record

สำหรับการบันทึกก็ให้รัน Camtasia Recorder ขึ้นมาก่อนเลย

A = Select area ใช้ในการกำหนดขอบเขตเพื่อจะทำการบันทึกวิดีโอ เลือกได้ทั้งแบบเต็มจอหรือแบบกำหนดเอง

B = Recorded inputs ใช้ตั้งค่าไมค์ เสียง และเว็บแคม เปิด-ปิดได้ตามใจชอบ

C = rec ตั้งค่าเสร็จแล้วก็กดปุ่มนี้ก็จะทำการบันทึกทันที

แต่เดี๋ยวก่อน สำหรับคนที่ใช้ครั้งแรก ผมแนะนำให้เข้าไปที่ Tools >Options... >Inputs แล้วจัดการตั้ง Scereen capture frame rate ไว้ที่ 30 เพื่อความลื่นไหลของภาพที่บันทึก

 

เมื่อตั้งเรียบร้อยแล้ว ก็สามารถกด rec เพื่อบันทึกได้เลย แล้วจะมี Countdown ให้เราเตรียมตัว พร้อมบอกว่าให้กด F10 เมื่อจะหยุดการบันทึก

 

หลังจากที่เราบันทึกเสร็จเรียบร้อยก็ให้ F10 เพื่อหยุดการบันทึก แล้วจะเข้าสู่หน้า Preview

D = Save and Edit ทำการเซฟแล้วเข้าสู่โหมดตัดต่อโดยโปรแกรม Camtasia Studio

E = Produce จัดการเซฟที่บันทึกเป็นไฟล์วิดีโอทันที โดยสามารถเลือกได้ระหว่าง *.camrec หรือ *.avi

F = Delete ใช้ลบวิดีโอที่บันทึกไว้

แน่นอนว่ามาถึงขั้นนี้ ใครที่ต้องการตัดต่อก็เชิญที่ Save and Edit และเลื่อนอ่านต่อไปได้เลย

------------------------------

Edit

เมื่อเรากด Save and Edit แล้ว โปรแกรมจะส่งต่อไฟล์บันทึกของเรามายัง Camtasia Studio ทันที และทันทีที่เริ่มต้น เราก็จำเป็นจะต้องตั้งขนาดให้กับงานของเราเสียก่อน ซึ่งถ้าอยากได้ไฟล์ชัด ก็ขอให้ตั้งขนาดเดียวกับที่ใช้บันทึกหรือเล็กกว่าเป็นดี

เราสามารถทำอะไรได้มากมายใน Camtasia Studio ไม่ว่าจะเป็นการตัดต่อทั่วไป การใส่สีเน้นข้อความหรือเหตุการณ์ การแต่งเสียง แต่งเคอร์เซอร์ ซูม/แพนกล้อง ใส่คำบรรยาย และอื่น ๆ  ซึ่งทุกคำสั่งสามารถทำความเข้าใจได้ไม่ยาก ลักษณะอินเตอร์เฟสโปรแกรมจะมีอารมณ์คล้าย ๆ  Corel VideoStudio ซึ่งการันตีได้เลยว่าใช้ง่ายระดับนึงแน่นอน

G = ส่วนจัดการวิดีโอ/คลิปต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการใส่ Effect แต่งเสียง หรืออื่น ๆ

H = ส่วน Preview ใช้ดูว่าผลลัพธ์ของการตัดนู่นแต่งนี่ของเราเป็นยังไง ก่อนที่จะเรนเดอร์ออกมาเป็นไฟล์จริง ๆ

I = ส่วน Timeline ใช้จัดการลำดับ/ตัดต่อวิดีโอ จะแทรกวิด๊โอ จะเอาเสียงออก ก็มาจัดการตรงนี้ได้

 

ส่วน Toolbar เหนือส่วนจัดการวิดีโอ ขอเขียนไล่จากซ้ายไปขวาแล้วกัน

Record the screen ทันทีที่กดก็จะกลับไปใช้ Camtasia Recorder บันทึกหน้าจอต่อ

Import media อันที่จริงแล้ว เราสามารถเอาไฟล์อื่น ๆ เข้ามาตัดต่อได้ ไม่จำเป็นว่าต้องมาจาก Camtasia Recorder เสมอไป ด้วยการกดปุ่มนี้

Produce and share เมื่อเราตัดต่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว เรากดปุ่มนี้เพื่อ Export งานออกมา ซึ่งจะกล่าวในหัวข้อถัดไป

 

ส่วน Toolbar ด้านล่างของส่วนจัดการวิดีโอ

J = Clip Bin คลิปที่เราอัด หรือคลิปที่เรา Import มา จะมาพักชั่วคราวอยู่ที่นี่

K = Library คล้ายกับ Clip Bin แต่ส่วนนี้เราจะเก็บไว้ถาวร อย่างเช่นการเก็บ SFX ที่ใช้ในการตัดต่อประจำ

L = Callouts ส่วนนี้จะใช้เน้นข้อความหรือเหตุการณ์ในวิดีโอ มีแบบสำเร็จให้เลือกใช้พอสมควร

M = Zoom-n-Pan ส่วนจัดการซูมเข้า-ออก หรือแพนกล้องให้คลิปเรา ทำออกมาใช้ง่ายทีเดียว

N = Audio ตัวจัดการเสียง อย่างลด Noise หรือการแต่งเสียงให้เป็นเสียงผู้ชายหรือเสียงผู้หญิงยิ่งขึ้น

O = Transition ใช้ทำให้การเปลี่ยนฉากดูน่าสนใจขึ้น มีทั้งหมุน ทั้ง fade-in fade-out และอื่น ๆ ให้เลือก

P = Cursor Effects  ใช้แต่ง Effect ให้กับเมาส์ ไม่ว่าจะเป็น Effect ตอนคลิก หรือเสียงต่าง ๆ โดยสามารถตั้งได้เป็นเวลาด้วย

Q = Title Clips ใช้แทรกคำนำด้านหน้าสุดของวิดีโอ แทรกได้ไม่ว่าจะเป็นตัวหนังสือ หรือรูปภาพ

R = Voice Narration ส่วนนี้ใช้ในการบันทึกเสียงเพิ่มเติม

S = Record Camera ใครมี Webcam ก็สามารถอัดเพิ่มได้จากส่วนนี้

T = Picture-in-Picture ยังไม่เคยใช้เหมือนกัน แต่น่าจะใช้จัดการในการซ้อนภาพของ Webcam กับตัววิดีโอหลัก

U = Captions ใช้ใส่ Subtitle หรือคำบรรยายใต้วิดีโอ

V = Quizzing ใช้ใส่แบบสอบถามหรือคำถามระหว่างวิดีโอ ปกติคงไม่ได้ใช้กัน แต่มันก็ทำได้นะ

สำหรับวิธีการใช้ในแต่ละส่วนนั้นไม่ยากมากครับ จึงไม่ขอเขียนในที่นี่ เพราะมันเยอะ แต่หลักการของการทำงานคือเลื่อนเส้นบน Timeline ไปยังส่วนที่ต้องการแล้วจัดการใส่ Effect หรือ Zoom ก็ว่าไป

 

ส่วน Toolbar ที่อยู่เหนือ Timeline ขอพูดไล่จากซ้ายไปขวา เพราะรูปเล็กใส่ตัวอักษรไม่ได้

Undo ใช้ย้อนกลับสิ่งที่เราทำไป

Redo ใช้ทำซ้ำ

Cut ใช้ตัดวิดีโอส่วนที่เราเลือกออก

Copy ใช้คัดลอกวิดีโอส่วนที่เราเลือก

Paste ใช้วางวิดีโอส่วนที่เราคัดลอกมาหรือตัดมา

Split ใช้แบ่งวิดีโอออกเป็นสองท่อน

Zoom-in, Zoom-out ใช้ซูมเข้า-ออกของ Timeline

สำหรับวิธีคลุมดำวิดีโอ ให้เราสังเกตที่เส้น Timeline จะมีปุ่มสีเขียวกับสีแดง คลิกแล้วลากซ้าย-ขวาเพื่อเลือกช่วงวิดีโอได้

ต่อมาเมื่อเราทำการตัดต่อเสร็จแล้ว ก็ให้เราจัดการกดปุ่ม Produce and share ปุ่มที่เคยกล่าวไปก่อนหน้านี้นั่นเอง แล้วเข้าสู่ขั้นตอนต่อไป

------------------------------

Encode

หลังจากกดปุ่ม Produce and share ก็จะเข้าสู่ขั้นตอน Encode หรือการบีบอัดเป็นไฟล์วิดีโอไฟล์นึงนั่นเอง ซึ่งตัวโปรแกรมมีแบบสำเร็จให้เราเลือกใช้อยู่มากทีเดียว ซึ่งแต่ละอย่างก็จะมีคุณสมบัติเฉพาะตัว แต่ในที่นี้ผมจะทำไฟล์เป็นวิดีโออย่างเดียว โดยไม่มีความสามารถพิเศษอื่น ๆ และนำไปอัพโหลดต่อตามเว็บ Stream Video ต่าง ๆ

ดังนั้นผมจะเลือก Custom production settings เพื่อตั้งค่าต่าง ๆ ด้วยตัวเอง

 

ต่อมาผมจะเลือกเป็น MP4/FLV/SWF - Flash outputs เพราะเป็น Codec ที่ได้ไฟล์วิดีโอคมชัดที่สุด แล้ว Next

 

ให้ตั้งค่าตามรูปด้านล่าง จากนั้นให้กดที่ Flash options... เพื่อเช็คการตั้งค่าแบบละเอียดอีกครั้ง ซึ่งการตั้งค่าใน Flash options... จะเป็นการตั้งค่าเพียงครั้งเดียว แล้วโปรแกรมจะจำเอาไว้เป็นค่า Default ดังนั้นไม่จำเป็นต้องเข้ามาตั้งค่าใหม่ทุกครั้งหากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

 

ใน Flash options... ให้ดูในแท็บ Video และ Audio และตั้งค่าตามรูป

*Frame rate เป็น 30 เพื่อความลื่นไหลของวิดีโอ
**Encode mode: สามารถเลือกได้แบบ Quality แล้วกำหนดเปอร์เซ็นต์ หรือแบบ Bitrate แล้วกำหนดเป็นตัวเลข แน่นอนว่าค่ายิ่งมากก็ยิ่งชัด แต่ไฟล์ก็จะมีขนาดใหญ่ไปด้วย ซึ่งค่าที่ผมใช้ประจำจะเป็น Quality (80%)

เมื่อตั้งค่าเสร็จแล้ว ให้บันทึกการตั้งค่าแล้ว Next

 

ส่วนนี้ จะเป็นการใส่รายละเอียดวิดีโอ ซึ่งไม่จำเป็นเท่าไหร่ สามารถกด Next ข้ามไปได้เลยแต่ถ้าใครสนใจจะใส่ลายน้ำที่บนวิดีโอก็สามารถติ๊ก Include watermark และปรับแต่งได้ใน Options... ในขั้นตอนนี้

 

ขั้นตอนนี้จะไม่มีอะไรให้จัดการ หากว่าตอนทำงานบน Timeline ไม่ได้ทำ Marker เอาไว้ แต่ถ้าทำไว้ก็จะทำให้เราสามารถเลือกได้ว่าจะ Export เฉพาะไฟล์ไหนบ้าง หรือ Export ทั้งหมดเลยก็ได้ เสร็จแล้วให้กด Next

 

ขั้นตอนสุดท้ายก่อนจะ Finish งาน แล้วเข้าสู่การรอการ Encode ให้เราตั้งชื่อ Video แล้วเลือกตำแหน่ง Save

 

เมื่อกด Finish ก็จะเข้าสู่การรอคอย ซึ่งจะนานหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความยาวของวิดีโอและประสิทธิภาพเครื่องที่ใช้

------------------------------

Publish

ขั้นตอนสุดท้ายนี้ก็คือการทำให้ผลงานออกสู่สาธารณะ ซึ่งสิ่งที่ผมจะพูดถึงคือสิ่งที่นิยมทำกันนั่นคือการ Upload ขึ้นเว็บ Stream Video ทั้งหลายเช่น

ซึ่งขั้นตอนการอัพโหลดก็ขึ้นอยู่กับแต่ละเว็บโฮสต์ แต่ถ้าต้องการได้ไฟล์วิดีโอที่มีคุณภาพ ผมแนะนำ Youtube แต่ถ้าต้องการให้ดาวน์โหลดได้เร็ว ก็ต้อง Facebook กับ Mthai แต่ถ้าต้องควบคู่ทั้งสองอย่างก็แนะนำ Vimeo แต่มันมีข้อจำกัดในเรื่องอื่น ๆ เช่นห้ามอัพโหลดวิดีโอเกิน 500 MB ในหนึ่งสัปดาห์

ส่วนรายะเอียดอื่น ๆ สามารถอ่านได้จากด้านล่างเลย

  • ความยาวไม่เกิน 15 นาที
  • ขนาดวิดีโอสูงสุด 2 GB
  • รองรับ High Defination

  • ความยาวไม่เกิน 20 นาที
  • ขนาดวิดีโอสูงสุด 1 GB

  • ความยาวไม่จำกัด
  • ขนาดวิดีโอไม่เกิน 500 MB ต่อ 1 สัปดาห์
  • อัพโหลดไฟล์ High Defination ได้ 1 เรื่องต่อ 1 สัปดาห์
  • กำหนด URL ของวิดีโอที่อัพโหลดได้เอง

  • ขนาดวิดีโอไม่เกิน 150 MB
  • รองรับไฟล์สกุล mp4, m4v, mpg, flv, avi, 3gp, wmv เท่านั้น

  • ความยาวไม่เกิน 60 นาที
  • ขนาดวิดีโอไม่เกิน 2 GB

  • ขนาดวิดีโอไม่จำกัด

====================

สำหรับเอนทรียาวเหยียดนี้ ถ้าจำไม่ผิดมันผ่านการดองมากว่าสองสัปดาห์ เพราะ จขบ. ไม่ค่อยมีสมาธิจะเขียนสักเท่าไหร่ แบบว่างานที่มหาลัยมันรุมเร้าเหลือเกิน ก็หวังว่าใครก็ตามที่กำลังมองหาวิธีบันทึกหน้าจอ เอนทรีนี้จะช่วยให้เป็นประโยชน์ได้บ้างนะครับ Cool

ส่วนใครที่อยากจะบันทึกหน้าจอตอนเล่นเกม (พวกเกม PC เล่นเต็มจอทั้งหลาย) โปรแกรมนี้ใช้ไม่ได้นะครับ จำเป็นต้องใช้ Fraps และแน่นอนว่าครั้งต่อไป เราจะมาเจอกันพร้อมโปรแกรม Fraps ครับผม ไปเอนทรี "อัดเกมให้กิ๊งด้วย Fraps" 

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
เยี่ยมมากครับ

#20 By หมอเเมว on 2014-01-19 10:11

ก็โปรแกรมนี้แหละครับ อัดเสร็จก็เอาไปตัดต่อ ใส่สีเคอร์เซอร์ แพนกล้อง ซูมเข้าซูมออก ตามที่คำสั่งมันจะมีในโปรแกรมครับ

#19 By BoatKung on 2013-06-17 17:46

ถามนิดครับ อัดแบบเวลาคลิ๊กแล้วมีเคอร์เซอร์สีเหลือง
อีกทั้งยังซูมเข้าซูมออกแบบเรียงไทม์ได้ด้วย
เค้าใช้โปรแกรมไรครับ เห็นอยู่ในวีดีโอที่ใช้สอนบ่อยๆ
big smile big smile big smile

#18 By longdo (103.7.57.18|202.57.133.247) on 2013-06-17 16:52

ไอ๋ย่ะ อยากได้พอดี แต๊งจ๊าาา

#17 By Ray on 2013-05-22 19:03

ขอบคุณมากครับ สำหรับความรู้...เป็นประโยชน์มากครับ
ทำออกมาอีก เยอะๆนะครับ

#16 By yu (103.7.57.18|124.120.144.68) on 2013-05-08 17:39

เยี่ยมครับ !

#15 By GotACurvedSword on 2012-04-15 15:51

ขอบคุณมากเลยครับ
ทำได้ละเอียดดีครับ
confused smile

#14 By Toku (58.8.154.168) on 2012-03-29 11:39

ขอบคุณครับ

#13 By Question (61.19.42.178) on 2012-03-28 10:19

ไฟล์ที่ได้จาก Fraps ใหญ่เป็น GB เป็นเรื่องปกติครับ ตามที่ผมทำ How to ไปแล้ว http://boatkung20.exteen.com/20110922/fraps-1 ถ้าจะนำไฟล์ที่ได้จาก Fraps มาใช้ อย่างน้อยต้องเอาไปแปลงไฟล์ หรือไม่ก็ตัดต่อให้เสร็จก่อนครับ เพื่อให้ไฟล์มันเล็กลง

ถ้าจะอัดเกมผมแนะนำ Fraps ดีที่สุดแล้ว แต่ถ้าจะอัดอย่างอื่น จะลอง Camtasia ด้านบนดูก็ได้ครับ

#12 By BoatKung on 2012-03-28 05:04

ขอโทษนะครับถามผู้รู้ทีครับคือผมใ้ช้โปรแกรม Fraps นะครับอัดได้สวยด้วยแต่ปัญหาที่เจอครับ ขนาดของ File ครับมันใหญ่มาก 1 นาทีกว่าๆกดไปเป็น GB ทำยังไงดีครับรบกวนช่วยแนะนำด้วยหรือโปรแกรมอะไรอื่นก็ได้ครับ ของคุณมากๆครับ

#11 By Question (110.77.148.111) on 2012-03-27 16:32

มันอัดได้นาน ๆ เรื่อย ๆ ได้อยู่แล้วนี่ครับ ไม่ต้องตั้งอะไรเป็นพิเศษนะครับ

#10 By BoatKung on 2012-03-26 00:49

ของผม อัดได้นิดเดียวเอง ตั้งให้อัดนานได้เรื่อยๆ ยังงัยคับ ช่วยบอกที

#9 By faruiz (118.173.168.4) on 2012-03-25 22:31

ไปตั้ง Recoding Devide ในเครื่องให้เป็น Stereo Mix ครับ
คลิกขวาที่ไอคอนลำโพงที่ขวาล่างก็ได้ แล้วเลือก Recording Device จากนั้นหา Stereo Mix แล้วทำการ Enable มันขึ้นมา

จากนั้นไปที่โปรแกรมอัดเราครับ ตรงที่ตั้งไมค์ มันจะมีให้เลือก Device ก็ให้เป็นเป็น Stereo Mix ดูครับ

#8 By BoatKung on 2012-03-13 20:32

เวลาเราคุยกะเพื่อนแล้วอัดอ่ะครับ มันไม่มีเสียงเพื่อนทำยังไงดีครับ

#7 By gunthestarz (223.206.239.74) on 2012-03-13 20:17

Cpu : Athlon X2 5600+
Ram : DDR2 2GB bus 800
VGA : HD 4850
M/B : M4A78 Pro

Fraps หรือปล่าวชักไม่แน่ใจครับ ตัวไหนซักตัวนี่แหละนานแล้วต้องเข้าไปล็อคอินที่เว็บก่อน sad smile
MS Expression Encoder 3 ตัวนี้ผมใช้อัด Dirt2, Dirt3 และ Race driver : Grid ครับ
fps ไม่ต่างจาก Fraps ตัวทดลองมากนัก

#6 By Richter on 2011-11-02 01:35

@Richter
ไม่รู้จะเข้ามาอีกมั้ย แต่ผมอยากรู้ Spec เครื่องคุณ ที่ทำให้คุณอยู่คนละโลกกับผม จะได้เก็บไวเป็นข้อมูลน่ะครับ confused smile

ตัวที่คุณบอก เดี๋ยวผมจะลองดูนะครับ (จริง ๆ ก็มีเก็บไว้ในเครื่องอยู่ ไม่ต้องโหลดเลย) ส่วน Fraps ไม่ต้องต่อเน็ตก็ใช้ได้ครับ ทำไมต้องต้องต่อเน็ตล่ะ งง embarrassed

#5 By BoatKung on 2011-09-22 16:07

Camtasia แล็คที่สุดในสามโลกครับ sad smile
เวอร์ชั่นสุดท้ายที่คิดว่าใช้ได้ที่สุดก็เวอร์ชั่น 2 หลังจากนั้นเจอ 3, 4 นรกเกินจนลาขาด

ใช้ของ MS Expression Encoder ไว้กว่าเยอะครับ อัดเกมส์ได้อัดหน้าจอดี
http://www.microsoft.com/expression/products/Encoder4_Overview.aspx

หรือจะเป็น Fraps ก็ได้ เห็นว่าเวอร์ชั่นใหม่จับภาพจอขณะไม่เล่นเกมส์ได้แล้ว
(ผมไม่ได้ลองใช้เองนะ ไม่ชอบที่ต้องต่อเน็ตเวลาใช้งาน)

#4 By Richter on 2011-09-14 10:24

ได้ความรู้ดีครับ :D

#3 By [zzlovers] on 2011-09-12 22:02

เจ๋งดีค่ะ ขอบคุณที่แบ่งปันความรู้นะคะ big smile Hot! Hot! Hot!
Hot!Hot!Hot!
ขอบคุณที่แบ่งปันนะคะ camtasia ก็ใช้งานอัดได้ครอบคลุมเข้าใจง่ายดีค่ะ

#1 By The king of Panda on 2011-09-06 04:40

Recommend